การจดทะเบียนสมรส

Details

คุณสมบัติของผู้ที่จะจดทะเบียนสมรส
    - ชายหรือหญิงมีอายุครบ 17 ปี บริบูรณ์ กรณีมีเหตุอันควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนที่ชายและหญิง
      มีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ได้
 
    - ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือเป็นบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
    - ไม่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมแต่บิดามารดา
    - ไม่เป็นคู่สมรสของบุคคลอื่น
    - ผู้รับบุตรบุญธรรมจะสมรสกับบุตรบุญธรรมไม่ได้
    - หญิงหม้ายจะสมรสใหม่ เมื่อการสมรสครั้งก่อนได้สิ้นสุดไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่
              * คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น
              * สมรสกับคู่สมรสเดิม
              * มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์
              * ศาลมีคำสั่งให้สมรสได้
              * มีคำสั่งของศาลให้สมรสได้
    - ผู้เยาว์จะทำการสมรสได้ต้องได้รับความยินยอมจากผู้มีอำนาจให้ความยินยอมได้ตามกฎหมาย

เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนสมรส
    - บัตรประจำตัวประชนหรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้
    - สำเนาหนังสือเดินทางกรณีชาวต่างประเทศ
    - หนังสือรับรองสถานภาพบุคคลจากสถานทูตหรือสถานกงสุลหรือองค์การของรัฐบาลประเทศนั้น มอบหมาย พร้อมแปล
      (กรณีชาวต่างประเทศขอจดทะเบียนสมรส)
    - สำเนาทะเบียนบ้าน

ขั้นตอนในการขอจดทะเบียนสมรส
    - การจดทะเบียนสมรส สามารถยื่นคำร้องขอจดทะเบียนได้ทุกแห่ง โดยไม่ต้องคำนึงถึงภูมิลำเนาของ คู่สมรส
    - คู่สมรสยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสต่อเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอ กิ่งอำเภอ หรือสำนักทะเบียนเขตใดก็ได้ โดย
      ไม่คำนึงถึงภูมิลำเนาของคู่สมรส
    - คู่สมรสที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องนำบิดาและมารดาหรือผู้ปกครองโดยชอบธรรมมาให้ความยินยอม
    - พยานบุคคลจำนวน 2 คน
    - คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่าย เป็นคนต่างด้าว ต้องขอหนังสือรับรองสถานภาพบุคคล  จากสถานทูตหรือกงสุลสัญชาติที่ตนสังกัด
      หนังสือรับรองนั้น ต้องแปลเป็นภาษาไทยและมีคำรับรอง การแปลถูกต้อง ยื่นพร้อมคำร้องขอจดทะเบียนสมรสต่อนายทะเบียน ณ ที่ว่าการ
      อำเภอ กิ่งอำเภอ หรือสำนักงานเขต

ค่าธรรมเนียม
    การจดทะเบียนสมรส ณ สำนักทะเบียนที่จด ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม การจดทะเบียนสมรสนอกสำนักทะเบียน ต้องเสีย
    ค่าธรรมเนียน 200 บาท  พร้อมจัดยานพาหนะ รับ - ส่ง นายทะเบียน การจดทะเบียนสมรสนอกสำนักทะเบียนในท้องที่ห่างใกล
    เสียค่าธรรมเนียม 1 บาท

การจดทะเบียนสมรส
    1.รับเรื่อง
    - ผู้ร้องแจ้งความประสงค์ต่อนายทะเบียน โดยลงชื่อในคำร้องตามแบบคร.1 ที่นายทะเบียนเป็นผู้บันทึกข้อความ และจัดพิมพ์ด้วยระบบ
      คอมพิวเตอร์ให้
                * กฏกระทรวงฯ พ.ศ. 2478 ข้อ 3 *ระเบียบ มท.ว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ 2541 ข้อ 6,8

    2. ตรวจสอบหลักฐานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง
    2.1 นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ทางราชการอกให้สำหรับบุคคลซึ่งไม่ต้องมีบัตรประจำตัว
          ประชาชนตามกฎหมาย หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
    2.2 สำเนาทะเบียนบ้าน
    2.3 หนังสือให้ความยินยอม (กรณีผู้ร้องขอยังไม่บรรลุนิติภาวะและผู้มีอำนาจให้ความยินยอมไม่ได้มาด้วย
    2.4 ผู้มีอำนาจให้ความยินยอม (กรณีผุ้ร้องขอยังไม่บรรลุนิติภาวะ และผู้มีอำนาจให้ความยินยอมมาด้วยตนเอง
    2.5 ผู้ร้องขอเคยจดทะเบียนสมรสมาก่อนหรือไม่ หากหย่าแล้วต้องตรวจ สอบหลักฐานการหย่า หรือคู่สมรสตาย ให้ตรวจสอบหลักฐาน
          การตาย
    2.6 คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลที่ให้จดทะเบียน (กรณีมีคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล)
    2.7 พยานอย่างน้อย 2 คน
              * ป.พ.พ. ม.1436,1448,1453,1454,1455,1456
              * พ.ร.บ. จดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2478 ม.4, 11,12
              * ระเบียบ มท. ว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ 2541 ข้อ 8,13 (1)

    3. นายทะเบียนตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ร้องทั้งสองฝ่าย ดังนี้
    3.1 ชายหญิงมีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์
    3.2 ชายหญิงไม่เป็นคนวิกลจริตฯ
    3.3 ชายหญิงไม่เป็นญาติสืบสายโลหิต
    3.4 ผู้รับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรมจะสมรสกันไม่ได้
    3.5 ชายหรือหญิงจะสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสกันไม่ได้
    3.6 หญิงหม้าย (ที่เข้าเงื่อนไข)
    3.7 ชายหญิงยินยอมป็นสามีภรรยากันโดยเปิดเผย
              * ป.พ.พ. ม.1448 - 1458 ดังนี้
              * ระเบียน มท.ว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ. 2541 ข้อ 13 (2)

    4.ผู้มีอำนาจในการจะทะเบียน
    - นายทะเบียน (นายอำเภอ/ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ/อำนวยการเขต/หรือผู้รักษาราชการแทน)
              * พ.ร.บ.จดทะเบียนครองครัว พ.ศ.2478 ม.3
              * กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2499) ข้อ 2
              * นส.ด่วนมากที่ มท.ช 0402/ว 1411 ลว.3 ธ.ค.30

    5.ลงรายการในทะเบียนด้วยวิธีการ ดังนี้
    5.1 พิมพ์ข้อความ ลงในทะเบียนสมรส (คร.2) และใบสำคัญการสมรส (คร.3) หากผู้ร้องทั้งสองฝ่ายประสงค์จะให้บันทึก ข้อตกลงเกี่ยวกับ
         ทรัพย์สิน
          หรือเรื่องอื่นให้นายทเบียนพิมพ์รายละเอียดนั้นไว้ในช่องบันทึก
    5.2 เมื่อพิมพ์ข้อความลงในทะเบียนสมรสแล้ว หากมีข้อผิดพลาดสามารถแก้ไขได้ทันที่ก่อนการสั่งพิมพ์ กรณีไม่มีการแก้ไขและ ได้สั่ง
          พิมพ์แล้วจะไม่สามารถเรียกกลับมาแก้ไขได้อีกจะเป็นการป้องกันการแก้ไขหรือลบข้อมูลโดยมิชอบ
    5.3 เมื่อเห็นว่าถูกต้องให้สั่งพิมพ์ทะเบียนสมรส (คร.2) และใบสำคัญการสมรส (คร.3)เพื่อให้ผู้ร้อง ผู้ให้ความยินยอม (ถ้ามี) และพยาน
         ลงลายมือชื่อในทะเบียนสมรส (คร.2) และนายทะเบียนลงลายมือชื่อในใบสำคัญการสมรส (คร.3)
    5.4 มอบใบสำคัญการสมรส (คร.3) ให้แก่คู่สมรสฝ่ายละหนึ่งฉบับ
              * ระเบียบ มท.ว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2541 ข้อ 13 (3)

    6.เมื่อได้รับจดทะเบียนหรือบันทึกไว้แล้ว ให้นายทะเบียนเก็บรักษา
    ทะเบียนไว้เป็นหลักฐานตลอดไป โดยการจัดเก็บเข้าแฟ้มเรียงลำดับตามเลขที่ทะเบียนโดยมิให้ทำลาย เพราะ เป็นเอกสารสำคัญทาง
    กฎหมาย ซึ่งใช้    รับรองสิทธิต่าง ๆ ของผู้ที่เกี่ยวข้อง
              * ระเบียบ มท.ว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ. 2541 ข้อ 43,44

    7. การขอแก้ไขเพิ่มเติมในทะเบียน (คร.2) ให้นายทะเบียนบันทึกใน
    ช่องบันทึกทะเบียน โดยมีรายละเอียดให้ทราบว่าใครเป็นผู้ร้องขอให้บันทึกเรื่องใด และให้ผู้ร้องและนายทะเบียน ลงชื่อไว้โดยไม่ต้อง
    แก้ไขรายการในทะเบียนเดิมให้ถือปฏิบัติตามระบบเดิม คือการบันทึกข้อความต่าง ๆ โดยการเขียน ด้วยมือในคำร้อง (คร.1) และทะเบียน
    สมรส (คร.2) แต่ต้องนำมาจัดเก็บข้อมูลการจดทะเบียนสมรสดังกล่าวไว้ด้วยระบบ คอมพิวเตอร์อีกครั้งหนี่งในภายหลัง
              * กฎกระทรวง พ.ศ.2478 ข้อ 9 ระเบียบ มท.ว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ. 2541 ข้อ 38

    8. การใช้นามสกุลของคู่สมรส
    ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างคู่สมรสให้ทางทะเบียนท้องที่บันทึกข้อตกลงของคู่สมรสว่าจะใช้ชื่อสกุลของฝ่ายใดโดยให้บันทึกต่อท้าย
    ในแบบ คร.2

 

 

   
© by ฝ่ายระบบอินเทอร์เน็ต กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศการทะเบียน ส่วนบริหารและพัฒนาเทคโนโลยีการทะเบียน